Galvanic corrosion

Galvanic corrosion คือ การกัดกร่อนแกลแวนิก  เกิดขึ้นเมื่อสารละลายตัวนำไฟฟ้าที่มีฤทธิกัดกร่อนและวัสดุโลหะสองชนิดสัมผัสกัน การกัดกร่อนนี้จะเพิ่มขึ้นในวัสดุที่มีสกุล (noble) ต่ำกว่า (ด้านแอโนด, anode) และลดลงในวัสดุที่มีสกุล (noble) สูงสุด (ด้านแคโทด, cathode)

 

การกัดกร่อนในโลหะโดยทั่วไปหมายถึงการสูญเสียโลหะที่จุดใดๆ บนพื้นผิวโลหะที่เผชิญภาวะกัดกร่อน การกัดกร่อนเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบตั้งแต่การกัดกร่อนที่สม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นผิวไปจนถึงการกัดกร่อนที่รุนแรงเฉพาะจุด

 

เมื่อสารละลายนำไฟฟ้าที่มีฤทธิกัดกร่อนและวัสดุโลหะสองชนิดสัมผัสกัน (เป็นเซลแกลแวนิก, galvanic cell) การกัดกร่อนนี้จะเพิ่มขึ้นในวัสดุที่มีสกุล (noble) ต่ำกว่า (ด้านแอโนด, anode) และลดลงในวัสดุที่มีสกุล (noble) สูงสุด (ด้านแคโทด, cathode) การเกิดสภาพการกัดกร่อนที่เพิ่มขึ้นนี้เรียกว่าการกัดกร่อนแกลแวนิก (Galvanic corrosion) แนวโน้มที่โลหะหรือโลหะผสมจะกร่อนในเซลแกลแวนิกจะถูกกำหนดโดยลำดับของวัสดุในอนุกรมแกลแวนิก (galvanic series) โดยอนุกรมแกลแวนิกจะระบุถึงสกุล (nobility) โดยเปรียบเทียบของโลหะและโลหะผสมต่างๆ ในสภาวะใดสภาวะหนึ่ง (เช่นในน้ำทะเล) ยิ่งโลหะสองชนิดอยู่ในลำดับที่ห่างกันมากขึ้นในอนุกรมแกลแวนิกก็จะทำให้ผลจากการเกิดการกัดกร่อนแกลแวนิกเพิ่มขึ้น โลหะหรือโลหะผสมในลำดับบนจะมีสกุล (noble) สูงกว่าส่วนโลหะหรือโลหะผสมที่อยู่ลำดับต่ำกว่าจะมีสกุล (noble) ต่ำกว่า

 

หลักการของการกัดกร่อนแกลแวนิกถูกนำมาใช้ในการป้องกันแบบแคโทดิก (cathodic protection) โดยการป้องกันแบบแคโทดิกเป็นวิธีการในการลดหรือป้องกันการกัดกร่อนของพื้นผิวโลหะโดยการใช้ sacrificial anodes (สังกะสีหรืออลูมิเนียม) หรือการใช้กระแสบังคับแรงเคลื่อนไฟฟ้า (impressed current)aluminium) or impressed currents.





    Facebook Twitter LinkedIn Technorati